ฉายาของนักเตะที่มาแรง

ลูลู่ เทพลูคัส ฉายาสุดฮาของเหล่านักเตะ

นักเตะกองกลางในตำนานของแดนแอนฟิล แดนของหงษ์แดงโดยแท้ ตอนนที่เขานั้นอยู่ในทีมนั้นถือว่าเป็นยุคที่หวังผลได้เลยทีเดียว ลูคัส เลว่า กองกลางผู้ที่มีความโหดและแข็งแกรง ไม่ใช่เป็นกองกลางสไตล์ต่อบอลขนาดนั้น

แต่เรื่องแย่งบอลนั้นทำให้เขากลายเป็นคนที่ถูกให้ฉายาว่า เทพลูคิอัส เลยล่ะ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่เขานั้นรีบรีทายตัวเองออกจากแดนหงษ์แดงไปซะแล้ว ซึ่งนั้นก็เพราะว่าเขานั้นได้รับบาดเจ็บ

นักเตะคนนี้เป็นคนที่สร้างชื่อให้กับหงษ์แดงพอสมควรเลยล่ะ

ทั้งในเรื่องแย่ๆแล้วก็ทั้งเรื่องดีๆ จำได้เลยว่า ก่อนที่เขานั้นจะโชว์ฟอร์มออกนั้น ใช้เวลาปั้นนานมากๆโดยเป็นเด็กปั้นของราฟา ผู้ที่โดนกระหน่ำด่าว่าให้ความสำคัญนักเตะผิดคน นั้นคงเพราะ ลูคัส คนนี้แสดงแววความขยันแบบสุดๆ ทำให้ราฟานั้นเห็นถึงความพยายามแล้วก็พยายามปั้น แล้วในที่สุดในยุคนึงเขาก็กลายเป็นกำลังหลักให้กับทีมจนได้ เล่นเอาซะเหล่าแฟนๆที่เคยด่าเขาเงียบกันเป็นแถบ

แต่ก็เป็นที่หน้าเสียดายที่ไม่นานนักเขานั้นก็บาดเจ็บ แล้วก็เป็นการบาดเจ็บที่เรื้อรังเขาอีกด้วย ทำให้ฟอร์มตกไปอีก กลายเป็นนักเตะที่มีช่วงความรุ่งเรืองสั้นนิดเดียวเอง แต่นั้นก็ไม่มีใครสงสัยในความพยายามของเขาเพื่อที่จะเป็นนักเตะที่เก่งได้อีกแล้ว แต่เอาจริงๆแล้ว ฉายาของเขานั้น เทพลูคิอัสเป็นฉายาที่ถูกตั้งมาเพื่อเป็นการประชดพี่แกตอนที่เขานั้น

เห็นไม่ได้เรื่องซะมากกว่า แล้วยังคงใช้ฉายานี้จนวันที่เขาได้ออกจากทีมเลย ถือเป็นนักเตะที่น่าสงสารใช้ได้เลย แต่เขาก็ไม่ได้สนใจในลมปากของคนทั้งโลกนัก กลับพยายามแสดงให้เห็นถึงความมีพรแสวงแบบที่ไม่มีใครเทียบเขาได้ เขานั้นพยายามจนมาถึงจุดนี้ได้ ก็ถือว่าเป็นเทพของจริงแล้วล่ะ

ตอนนี้เขาก็ไปพยายามค้าแข้งในช่วงสุดท้ายเข้าที่ลีกเล็กแล้วล่ะ ยังไงผมก็ขอนับถือในความพยายามจนถึงที่สุดของ เทพลูคัสคนนี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

ประวัติ โคบี ไบรอันท์

ประวัติ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) อัจฉริยะรอบด้าน

ฤดูกาล 1999 – 2000 การเริ่มต้นยุคทองของ แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) ภายใต้การคุมทีมของกุนซือสมองเพชรอย่าง ฟิล แจ็คสัน (Phil Jackson) และการกำเนิดคู่หูทองคำอย่าง โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) กับ ชาคีล โอนีล (Shaquille O’Neal)

ด้วยส่วนผสมชั้นดีเหล่านี้ แอลเอล เลเกอร์ส (LA Lakers) ยกระดับจากทีมชั้นแนวหน้า กลายไปเป็นทีมเต็งแชมป์ของ NBA ทันที แม้ในช่วงต้นฤดูกาล โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) จะต้องพลาดการลงเล่นให้กับทีมไปถึง 6 สัปดาห์

เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่มือในเกมส์อุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาลกับทีม วอชิงตัน วิซาร์ดส์ (Washington Wizards)

แต่หลังจากหายบาดเจ็บแล้ว โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) กลับมาลงสนามด้วยฟอร์มที่สุดยอด เขากลายเป็นกำลังหลักที่ทีมขาดไม่ได้ร่วมกับ ชาคีล โอนีล (Shaquille O’Neal) โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ได้ลงเล่นมากกว่า 38 นาทีต่อเกมส์ ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่สูงมากๆ และแน่นอนว่าเขาสามารถทำผลงานได้ดีขึ้นตามไปด้วย

เขาสามารถทำ แอสซิสต์และสตีล ได้สูงที่สุดในทีม และทำคะแนนเฉลี่ยต่อเกมส์ได้สูงขึ้นกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา คู่หูทองคำอย่าง โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) และ ชาคีล โอนีล (Shaquille O’Neal) คือฝันร้ายของคู่แข่งอย่างแท้จริง

การจะหยุดทั้งคู่พร้อมกันนั้นมันเป็นเรื่องยากเสียเหลือเกิน ลูกเล่นที่แพรวพราวโจมตีจากวงนอกโดย โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ความแข็งแกร่งดุดัน พลังทำลายล้างใต้แป้น จาก ชาคีล โอนีล (Shaquille O’Neal) และบวกเพื่อนร่วมคนอื่นๆ ที่แข็งแกร่ง แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) สามารถทำสถิติชนะได้ถึง 67 เกมส์ ซึ่งถือว่าเป็นสถิติสูงสุดอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์บาสเกตบอล NBA และในฤดูกาล 1999 – 2000 นี้ แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) สามารถเอาชนะ อินเดียน่า เพเซอร์ส (Indiana Pacers)

ในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์มาครองได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1988 และนี่ถือเป็นการคว้าแชมป์ NBA ครั้งแรกของ   โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ด้วย แม้ในฤดูกาลผู้เล่นที่โดดเด่นกว่าจะเป็น ชาคีล โอนีล (Shaquille O’Neal) เพราะเขาสามารถคว้ารางวัล MVP ในฤดูกาลไปครองได้ แต่พูดถึงความสามารถรอบด้านแล้ว

ต้องยกให้ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) จริงๆ เพราะนอกจากที่เขาจะทำคะแนนให้กับทีมได้มากแล้ว เขายังสามารถสร้างโอกาสทำคะแนนให้กับเพื่อน และช่วยเล่นเกมส์รับได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย อย่างเช่นในเกมส์ 7 รอบเพลย์ออฟ (Playoffs) ที่พบกับ พอร์ทแลนด์ เทรล เบลเซอร์ส (Portland Trail Blazers) โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant)

สามารถทำสถิติทำคะแนน 25 คะแนน 11 รีบาวด์ 7 แอสซิสต์ และ 4 บล็อก

ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่สุดยอดมากๆ และนั่นทำให้เขาได้รับเลือกให้ติดทีมผู้เล่นยอดเยี่ยมอันดับสอง (All-NBA Second Team) และ ทีมรับยอดเยี่ยม (All Defensive Team) เป็นครั้งแรกในชีวิต และถือเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA ที่ได้รับเลือกติดทีมรับยอดเยี่ยมด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ทดลองเล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

กุนซือ แมนซิตี้ ลั่นทีมเรือใบสีฟ้าเก่งสุดในช่วง 10 ปี

แมนซิตี้ ทีมที่โชว์ฟอร์มดีมาตลอด แม้ว่าไม่ได้เป็นที่ 1 ของตาราง แต่พวกเขาก็ไม่เคยทำให้แฟนบอลผิดหวัง และทางโจเซป กวาร์ดิโอลากล่าวว่า ทีมของเขาคือ ทีมที่เจ๋งสุดของพรีเมียร์ลีกในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพราะว่าได้แชมป์บ่อยๆ แถมยังทำคะแนนรวมได้ดีทุกนัดอีกด้วย

ในช่วงฤดูกาล 2009-10 จนถึงช่วง 2018-19 นี้

ทีมเรือใบสีฟ้าถือเป็นทีมที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุด ได้ครองแชมป์ถึง 4 สมัย ในช่วง 2017-18 และ 2018-19 ทีมของกวาร์ดิโอล่าก็กวาดคะแนนรวมไปถึง 198 คะแนนเลยทีเดียว

กุนซือแมนซิตี้กล่าวว่า ตนเองคิดว่าในช่วง 10 ปี

ที่ผ่านมาสโมสรแมนซิตี้ คือ สโมสรที่ดีที่สุด เพราะสามารถทำแต้มได้มาก ทั้งจำนวนประตูที่ทำได้และการครองถ้วยแชมป์ด้วย  การที่เราทำการแข่งขันมาตลอด 1 ฤดูกาล เราได้ทำการวิเคราะห์มาอย่างดีเอาแบบวันต่อวันเลย

ทำให้เรารู้ว่าทีมของเราเล่นเป็นอย่างไรบ้างโดยเฉพาะเมื่อมานซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน กลุ่มทุนอาบูดาบี เข้ามาซื้อสโมสรของเรา ทำให้เราได้นักเตะชั้นเยี่ยม ผู้จัดการทีมที่ดี รวมทั้งสตาฟฟ์ที่มีคุณภาพมาร่วมงานด้วย

ทำให้เราเห็นได้ว่า ทีมแมนซิตี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าทีมอื่น เมื่อต้องเจอกับทีมใหญ่ๆหลายทีมของอังกฤษ แต่เราก็สามารถเดินเคียงข้างกันไปกับทีมเหล่านั้นได้อย่างไรก็ตามแม้ว่า ตอนนี้ทีมที่นำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอยู่จะไม่ใช่ทีมนี้

แต่เส้นทางของเรือใบสีฟ้าก็ถือว่ามาได้ดีแล้ว และเชื่อเถอะว่ากุนซือของพวกเขาจะนำพาทีมไปรอดและทำให้ได้ดีที่สุดในซีซั่นแน่นอน ใครที่เป็นแฟนแมนซิ ก็ขอให้ตามเชียร์กันด้วย รับรองว่าคุณจะเห็นด้วยกับคำพูดของกวาร์ดิโอล่าอย่างแน่นอน 

งั้นเรามาตามเชียร์กันดีกว่าว่าทีมนี้จะทำผลงานออกมาได้ดีแค่ไหน เพราะมันไม่ใช่เรื่องของชัยชนะอย่างเดียว แต่มันจะได้รับการจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกอีกด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องของชัยชนะนับ 10 ปีที่สะสมมาอาจไม่ได้ทำให้เขาเป็นจ่าฝูง

แต่ก็ทำให้เขาทำผลงานได้ในอันดับ 3 ของตาราง รองจากลิเวอร์พูลและเลสเตอร์ ในฤดูกาลนี้ทีมแมนซิตี้ลงแข่ง 21 นัดเก็บแต้มได้ทั้งหมด 44 แต้ม

 

สนับสนุนโดย ole777

กัปตันกิ๊ปอำลาซีเกมส์ครั้งสุดท้าย

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับการแข่งวอลเลย์ชิงแชมป์ซีเกมส์ครั้งล่าสุด

ที่ก็เป็นตามที่คาดเดาได้ว่าประเทศไทยของเรานั้นน่าจะเป็นแชมป์ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆจากการร่วมแรงร่วมใจของกองทัพนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

ที่พากันคว้าแชมป์กันได้อย่างสวยงามอีกครั้ง ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 14 หลังจากที่ได้คว้าแชมป์ซีเกมส์ในครั้งนี้นั้นได้มีการประกาศออกมาว่า ซีเกมส์ครั้งนี้จะเป็นซีเกมส์ครั้งสุดท้ายของกัปตันทีมชาติสาวไทยอย่าง กัปตัน กิ๊บ วิลาวัณย์ ที่หลั่งน้ำตาแห่งความดีใจเป็นครั้งสุดท้ายในการแข่งขันซีเกมส์

ซึ่งจากจบเกมส์ด้วยการเอาชนะทีมชาติเวียดนามและคว้าเหรียญทองมาให้พี่น้องชาวไทยได้ชื่นชมกันอีกครั้ง

กัปตัน กิ๊บของเรานั้นติดทีมชาติมาอย่างยาวนานถึง 18 ปี และเข้าร่วมแข่งขันรายการซีเกมส์เป็นครั้งที่ 9 ถือว่าเป็นผู้เล่นที่สร้างประวัติศาสตร์ตำนานต่างๆให้แก่วงการวอลเลย์บอลไทยมาอย่างยาวนาน

แต่ถึงแม้ครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งสุดท้ายของกัปตัน กิ๊บของเรา แต่ว่าก็ยังมีภารกิจใหญ่สำหรับเธอและตัวแทนทีมชาติสาวไทยรออยู่ โดยเป้าหมายคือการไปเป็นตัวแทนในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่จะจัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งในเป้าหมายในการไปแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนี้ ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของทีมชาติไทย เพราะอาจจะเป็นการร่วมเข้าแข่งขันครั้งสุดท้ายของการคัดเลือกตัวแทนโอลิมปิกของนักกีฬาอีกหลายๆท่าน

โดยที่กัปตัน กิ๊บ นั้นก็จะยังคงอยู่ร่วมเข้าแข่งขันการคัดเลือกไปเป็นตัวแทนของอีกครั้ง กัปตันกิ๊บได้ให้สัมภาษณ์ว่ามันถึงเวลาที่จะต้องไปให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น ดีใจที่ซีเกมส์ครั้งนี้ทีมเราทำผลงานได้ดี ยอมรับว่าทำใจลำบากเพราะครึ่งชีวิตก็อยู่กับทีม อยู่กับน้องๆมา เพราะรู้ว่าเป็นครั้งสุดท้ายเราก็พยายามทำผลงานให้ดีที่สุด

พอใจสำหรับผลการเล่นของตัวเองในซีเกมส์ครั้งนี้

ขอบคุณน้องๆทุกคนที่ทำให้ซีเกมส์ครั้งสุดท้ายให้เป็นความทรงจำที่ดีของกิ๊บ เชื่อมั่นว่าทีมของเรามีศักยภาพ เชื่อว่าน้องๆมุกคนยังทำได้ดี และแข่งแกร่งในระดับอาเซียน อีกยาวนานและพร้อมอยู่เบื้องหลังดูแลน้องๆและเชียร์น้องๆในซีเกมส์ครั้งต่อๆไปหลังจากที่กัปตันกิ๊บได้ให้สำภาษณ์กับสื่อแล้ว

ยังได้โพสข้อความผ่านเฟชบุ๊คส่วนตัวว่าอีกหนึ่งความทรงจำที่สวยงาม 18 ปี กับแชมป์ซีเกมส์ 9 สมัยซ้อน อยากลดอายุ เล่นต่อไปเรื่อยๆได้มั้ย คงไม่ได้ซินะ หลายๆคน อาจจะเพิ่งเป็นการเริ่มต้นชีวิตในการรับใช้ชาติ แต่สำหรับข้าพเจ้านั้นมันน่าจะถึงช่วงปลายของการรับใช้ชาติแล้ว ใจหายจัง ขอบคุณเพื่อนๆร่วมทีมทุกคนที่ทำผลงานออกมาตามเป้า

ขอบคุณแฟนๆวอลเลย์บอลที่คอยให้กำลังใจจนอยู่แบบนี้มาได้อย่างยาวนาน รู้ไหมว่ามรหลายครั้งที่ท้อจนอยากจะหยุดเดิน แต่เพราะแรงใจจากคนรอบข้างนี่แหละที่ผลักให้เดิหน้าต่อ กำลังใจสำคัญกับนักกีฬามากนะ

ไม่ว่านักกีฬาคนนั้นจะแข็งแกร่ง แข็งแรง ทั้งกายและใจแค่ไหนก็ตาม แต่เรายังมีฝันร่วมกันนะ สู้ด้วยกันต่ออีกนิดเดียวเราทำได้” #ขอบคุณแก๊งนี้ที่เคียงข้างกันตลอดมา แต่ขาดพี่นาไปอีกคน #ลงไว้เผื่ออนาคตให้ลูกหลานได้มาอ่าน 555 “ แม่จะเป็นการอำลาซีเกมส์ครั้งสุดท้ายของกับตันกิ๊บ แต่เชื่อว่าแฟนคลับกีฬาวอลเลย์บอลยังคงจะสนับสนุนเธอต่อไป

เพราะนี่คืออีกตำนานของนักกีฬาวอลเลย์บอลสาวไทยที่ทุกคนจะจดจำเธอไปตลอด

และที่สำคัญทุกคนสามารถร่วมกันให้กำลังกับทีมชาติสาวไทยให้ตามฝันการไปโอลิมปิกเป็นครั้งแรกให้ได้ในต้นปีหน้าที่จะจัดการแข่งขันเพื่อคัดตัวแทนฝั่งเอเชียไปเป็น 1 ใน 12 ทีม ที่จะเข้าแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิกที่จะจัดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นในปี 2020

 

สนับสนุนบทความโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

ความเคลื่อนไหวของโอกาสที่จะได้มาเล่นให้ ทีมไทย U23 ของ เบนจามิน เดวิส

เรื่องของทีมชาติไทยที่ช่วงนี้มีกระแสข่าวที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก 

แต่ล่าสุดก็มีข่าวดีว่าจะมีการเรียกนักเตะรายใหม่เข้ามาร่วมกับทีมชาติไทยชุด U23 นั้นก็คือในรายของ เบนจามิน เดวิส นักเตะลูกครึ่งสายเลือดไทย

ที่ตอนนี้เล่นให้กับทีม ฟูแล่ม ทีมดังจากเกาะอังกฤษ ว่าจะได้มาร่วมรับใช้ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ค่อนข้างที่จะ100 % แล้ว และรวมไปถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมของชุด U23 ปีด้วย

มาว่ากันในเรื่อง เบนจามิน เดวิส กันก่อนได้มีการยืนยันแบบจากางสมาคมออกมาแล้วว่าได้เรียก เบนจามิน เดวิส มาร่วมเก็บตัวกับทีมชุดU23 แล้ว

โดยมีรายชื่อติดอยู่ใน 50 รายชื่อแรกที่จะมาเข้าร่วมเก็บตัวเพื่อฝึกซ้อม ถามว่าทำไมต้อง 50 รายชื่อเพราะว่าในรายการนี้จะต้องส่งรายชื่อรอบแรก 50 คนก่อนที่จะตัดเหลือแค่ 23 คน แต่ก็ยังมความเป็นห่วงว่า เบนจามิน เดวิส จะสามารถมาเล่นให้กับทีมชาติไทยชุดเล็กหรอ สโมสรต้นสังกัดจะปล่อยมาเล่นหรอ เพราะว่าเจ้าตัว เดวิส

นั้นได้ติดในรายชื่อกับทีมชุดใหญ่ของ ฟูแล่ม แล้ว

แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะทางสโมสรก็เห็นดีเห็นชอบด้วยที่จะปล่อยตัว เดวิส กลับมารับใช้ทีมชาติที่เป็นบ้านเกิดของแม่ตนเอง

แต่ก็ยังไม่ได้มีการรับรองว่าเขาจะติดไปใน 23 คนสุดท้าย

โดยที่ไทยเองก้ได้เตรียมทีมเพื่อแข่งขันในรายการชิงแชมป์เอเชียรุ่น U23 ปี โดยทีมชาติไทยรุ่นยู 23 ปี นั้นจะมีการเก็บตัวและจะมีแมทต์อุ่นเครื่องอย่างน้อย 1 แมทต์เป็นที่แน่นอนแล้วจากการยืนยันของกุนซือใหญ่อย่าง อากิระ นิชิโนะ เเละทีมที่จะเช้ามาอุ่นเครื่องกับทีมไทยเรานั้น

ก็จะเป็นทีมที่ไก้ผ่านเข้ามาเล่นในรายการนี้ เพราะทีมต่างๆที่จะมาเเข่งในรายการนี้ จะเดินทางมาเก็บตัวในประเทศเพื่อนบ้านของไทยหรือประเทศไกล้เคียง เพื่อเป็นการปรับสภาพอากาศและร่างกายรวมไปถึงอาหารการกินด้วย

 จากนั้นทีมต่างๆจะตบเท้าเข้ามาที่ประเทศไทยก็เป็นช่วงหลังจากปีใหม่แล้ว

ในขณะที่อีกเรื่องหนึ่งก็คือไทม์ไลน์ของการตัดตัวของยู 23 ปี จะมีการตัดตัวอย่างไร นักเตะจะมีความเข้าใจในเรื่องของแผนการเล่นมั้ย แต่ก็เป็นความโชคดีหรือเรียกว่าเข้าข้างทีมประเทศเจ้าภาพก็ว่าได้ ที่จะมีโอกาสส่งรายชื่อ 23 คนสุดท้ายตอนไหนก็ได้หรือเรียกว่าอย่างช้าสุดก็คือ 1 วันก่อนการแข่งขันนั้นเอง นี่คือความได้เปรียบของประเทศเจ้าภาพ 

อีกเรื่องหนึ่งที่แฟนบอลอาจจะมีความกังวนว่าทมีชาติไทยนั้นมีโอกาสเก็บตัวน้อย

จะส่งผลถึงผลงานในการแข่งขั้นมั้ย ทางด้านโค้ชอย่าง อากิระ นิชิโนะ ได้กล่าวไว้ว่า นักเตะนั้นเป็นสมบัติของสโมสร ส่วนตัวของนักเตะเอง ก็กลับไปประจำสโมสรในการลงเล่นปรีซีซั่นหรือลงซ้อมร่วมกับทีมต้นสังกัดอยู่แล้ว ดังนั้นสภาพความพร้อมก็ยังคงอยู่ในสภาพที่พร้อมจะกลับมาเข้าทัพทีมชาติไทยอยู่แล้ว

 ส่วนเรื่องปัญหาเรื่องการที่สโมสรต้นสังกัดจะไม่ปล่อยตัวนักเตะเข้ามาเก็บตัวกับทีมชาตินั้นค่อยข้างที่จะไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะปัจจุบันสโมสรต่างๆในประเทศนั้นได้ให้ความร่วมมือกับทางทีมชาติเป็นอย่างดีี ร่วมไปถึงสโมสร ฟูแล่ม

ที่เป็นต้นสังกัดของเจ้าหนู เบนจามิน เดวิส นั้นก็ยินดีที่จะให้ เบนจามิน เข้ามาช่วยทีมชาติไทยในการลงแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

 

ขอบคุณที่มาของบทความ แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

กีฬาจักรยานประเภทคนรู้จักเยอะ

หลายท่านที่ปั่นจักรยานมาสักพัก ก็จะเริ่มชอบในความเร็วของจักรยาน บางท่านเริ่มหา งานปั่นจักรยาน และงานแข่งขันจักรยาน บ้านเรามีงานแข่งจักรยานอยู่หลายประเภท แต่อาจมีไม่ครบเหมือนต่างประเทศทีจัดกัน  บางท่านก็มีคำถามเกี่ยวกับการเรียกชนิดของการแข่งขันว่าอยู่ประเภทเดียวกันไหม ลองมาดูกัน 

การจัดกีฬาจักรยาน จะมีองค์การที่ควบคุมอยู่คือ องค์การจักรยานโลก และองค์การจักรยานโลกที่ทำหน้าที่บริหารกิจการกีฬา 

จักรยานถนน(Road cycling) เป็นกีฬาจักรยานชนิดที่ต้องใช้ความกล้า และพละกำลังอย่างสุดกำลังของมนุษย์(courage,heoism and going beyond one’s limitations) เป็นชนิดกีฬาที่เป็นประวัติศาสตร์ทางการกีฬาของโลกชนิดหนึ่ง การแข่งขันครั้งแรก “Paris- Rouen” จัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2412 การแข่งขันมีสองประเภทคือ

1.1 ไทม์ไทรอัล(time-trials) 

  • ไทม์ ไทรอัล บุคคล (มีการแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์):  เป็นการแข่งขันกันด้วยระยะทางประมาณ 40-50 กม (ในการชิงแชมป์โลกและกีฬาโอลิมปิกเกมส์) นักขี่จักรยานจะออกตัวเป็นรายบุคคลในช่วงเวลาห่างกันที่สม่ำเสมอ (ประมาณ 1-2 นาที) ผู้แข่งขันที่ขี่จนจบเวลาและเร็วที่สุดจะเป็นผู้ชนะ
  • ทีม ไทม์ ไทรอัล : หลักการพื้นฐานจะเหมือนกันกับ ไทม์ไทรอัล บุคคล แต่รายการนี้จะแข่งขันเป็นทีมที่มีานักกีฬาอย่างต่ำที่สุด 2 คน และมากที่สุด 10 คน ทีมไทม์ไทรอัล จะอยู่ในโปรแกรมของการชิงแชมป์โลกถนนของยูซีไอ จากปี 2012 (มีประมาณ 5-6 คน / ทีม) ทีมยูซีไอทุกทีม จะสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ (ทีมอาชีพของยูซีไอ ทีมทวีปของยูซีไอ ทีมหญิงของยูซีไอ)

   1.2 ไลน์เรส(line races)  

  1. จักรยานลู่(Track cycling)เป็นกีฬาจักรยานที่ต้องใช้ความแข็งแกร่ง ต้องมีความเร็ว และใช้เทคนิคหลายหลากรูปแบบ การแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งแรก จัดขึ้นในปี 2436 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา การแข่งขันมีสองประเภทคือ แข่งความเร็ว และ แข่งความทนทาน 
  • แข่งความเร็ว(Speed races) มีรายการแข่งขันต่างๆดังนี้คือ ไทม์ไทรอัล สปรินท์ ทีมสปรินท์ และ คีริน
  • แข่งความทนทาน มีรายการแข่งขันดังนี้คือ อินดิวิดวลเปอร์ซุท ทีมเปอร์ซูท พอยท์เรส เมดิสัน และสแครท

 มีสนามเวลโลโดรมทั่วโลกประมาณ 800 แห่ง ในประเทศไทยมีเวลโลโดรม 4 แห่ง ที่ กรุงเทพฯ , สุพรรณบุรี, เชียงใหม่ และนครราชสีมา ซึ่งเป็นสนามคอนกรีตนอกอาคาร สนามเวลโลโดรมที่ใช้ในการแข่งขันระดับนานาชาติในปัจจุบันนิยมสร้างเป็นสนามในอาคารลู่ทำด้วยไม้ ขนาดความยาวโดยรอบ 250 เมตร 

The Rock นักมวยปล้ำที่รายได้สูงที่สุดในโลก

เป็นเรื่องจริงที่ว่าเค้าเป็นผู้ที่ได้เงินจากมวยปล้ำเพียงอาชีพเดียวที่เยอะที่สุด เทียบกับอดีตเบอร์หนึ่งของค่ายช่างห่างไกลอย่างมาก

เป็นเพราะอะไรแฟนๆทุกคนที่ชื่นชอบมวยปล้ำคงรู้กันดี The Rock ผู้นี้เป็นผู้ทำให้วงการมวยปล้ำเข้าสู่จุดสูงสุด ใครจะปฏิเสธว่าไม่รู้จักเขาผู้นี้กันล่ะ ถึงตอนนี้เขาผู้นี้จะหายหน้าหายตาไปจากวงการมวยปล้ำและไปเป็นนักแสดง

แต่เขาก็กลับมาโผล่หน้ามาในรายการใหญ่ๆงานใหญ่ๆให้เหล่าแฟนๆให้หายคิดถึงบ้าง

ที่จริงแล้วคือเขาโผล่หน้ามาให้แฟนๆได้เจอพอๆกับ The Undertaker เลยแต่ค่าตัวในการโผล่มานั้นต่างกันมากๆ นี่ยังไม่ได้คิดถึงรายได้จากการที่เค้าเป็นนักแสดงแนวหน้านะ เชื่อได้ว่านักมวยปล้ำทุกคนคงเห็นและอิจฉาเค้าสุดๆ ฮ่าๆ แต่เป็นที่รู้กันดีและต้องยอมรับเลยว่ากว่าที่เขาผู้นี้จะมาถึงจุดๆนี้ได้นั้น The Rock ได้ทุมเททั้งกายและใจมากๆ

เขาได้ไต่เต้าตั้งแต่เป็นแค่คนไม่มีอะไรเหมือนเป็นเด็กน้อย มาถึงจุดที่เรียกได้ว่าสูงที่สุดในวงการมวยปล้ำและวงการนักแสดงของเขา

โดยที่เขาเป็นนักมวยปล้ำผิวสีที่ในสมัยนั้นไม่ค่อยได้รับการยอมรับมากนัก แต่เขาผู้นี้ก็ขึ้นมาได้และดังเป็นพลุแตก ดังมากกว่าผู้ที่เคยเป็นเบอร์หนึ่งของวงการมวยปล้ำทุกคนที่เคยมีมาเลย เขาสามารถทำเงินโดยที่ไม่ต้องโผล่มาบ่อยๆ เขาก็สร้างเงินเพียงแค่ใช้ชื่อเสียงที่เค้าสร้างและสะสมมาทั้งชีวิต เพียงแค่นั้น ยอมเลยความสุดยอดของคนๆนี้ คนที่เป็น The One แชมป์เปี้ยนมหาชนตัวจริง

 

ตอนนี้เขาผู้นี้ก็เป็นนักแสดงที่มีค่าตัวสูงสุดคนหนึ่งเลยทีเดียว

หนังที่เขาผู้นี้เล่นแต่ละเรื่องก็เป็นแนวการตลาดที่มีผู้สนใจมากมาย ยังไงเขาก็ยังไปได้อีกไกลยิ่งนัก ถ้าเทียบกับนักแสดงค่าตัวสูงๆของวงการการแสดง แฟนทุกคนไม่ว่าจะเป็นวงการไหนก็รอคอยที่จะได้ชมผลงานของเค้าทั้งนั้น

20 ผู้เล่นยอดเยี่ยมของ อาร์เซน่อล ในยุค อาร์แซน เวนเกอร์ 

 

อันดับที่ 10 เฟรดดี้ ลุงเบิร์ก (Freddie Ljungberg) 1998 – 2007

แข้งชาวสวีเดน ที่ย้ายจาก ฮัมล์สตัด มาร่วมทีม อาร์เซน่อล ท่ามกลางคำถามที่ว่า หมอนี่มันเป็นใคร แล้ว อาร์แซน เวนเกอร์ ไปซื้อตัวมาทำไม แต่แล้วเมื่อถึงเวลาที่ ลุงเบิร์ก ลงสนาม
กองกลางสารพัดประโยชน์รายนี้ก็สามารถตอบคำถามไปได้แบบชัดเจน
ด้วยความทุ่มเทในสนามแบบเต็มร้อยทุกนัด สามารถเข้าใจระบบการเล่น แผนการเล่น เป็นอย่างดี ทำให้เขาลงเล่นได้หลายตำแหน่งในแผงกองกลาง และยังสามารถทำผลงานได้ดีในทุกตำแหน่งอีกด้วย จุดเด่นอีกอย่างของเขาก็คือ การเข้าชาร์จทำประตูที่สามารถถลุงตาข่ายคู่แข่งได้เป็นกอบเป็นกำ จนสุดท้ายแฟนๆ
ไอ้ปืนใหญ่ต่างยอมรับในตัว ลุงเบิร์ก และตั้งฉายาให้เขาว่า “แข้งหัวไก่”

อันดับที่ 9 มาร์ค โอเวอร์มาร์ส (Marc Overmars) 1997 – 2000

จรวดทางเรียบ ชาวดัตช์ พอมีชื่อเป็นที่รู้จักอยู่บ้างสมัยข้างแข้งอยู่ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม แต่ในช่วงปีแรกที่เข้ามาร่วมทีม อาร์เซน่อล เขากลับทำผลงานได้ไม่ดีนัก และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาท้อถอยแต่อย่างใด กลับพยายามทำหน้าที่ในสนามอย่างสุดความสามารถและในที่สุดเขาก็ลบคำสบประมาทเหล่านั้นออกไปได้
ด้วยจุดเด่นของเจ้าตัวในเรื่องความเร็วและการเลี้ยงบอลเรียกได้ว่าหากเขากระชากออกไปแล้วก็ยากที่กองหลังฝั่งตรงข้ามจะหยุดเขาอยู่แถมยังสามารถจบสกอร์ได้อย่างเฉียบคมอีกด้วย
ถือได้ว่าเป็นปีกซ้ายที่สมบรูณ์แบบมากๆ ถึงแม้ โอเวอร์มาร์ส จะอยู่ค้าแข้งให้

ไอ้ปืนใหญ่ เพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น แต่เขากลับผลิตสกอร์ให้กับทีมได้ถึง 41 ประตู
และนั่นทำให้เขาถูก บาร์เซโลน่า กระชากตัวไปร่วมทีมในปี 2000

อันดับที่ 8 เดวิด ซีแมน (David Seaman) 1996 – 2003

นี่คือสมบัติล้ำค่าที่ จอร์จ เกรแฮม ผู้จัดการทีมคนก่อนทิ้งเอาไว้ให้กับ อาร์แซน เวนเกอร์ เพราะ เดวิด ซีแมน ถือเป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของ อาร์เซน่อล ถึงขนาดที่หลังจาก ซีแมน อำลาทีมไป อาร์เซน่อล
ก็ไม่มีประตูคนไหนที่จะเข้ามาแทนที่ได้เลย และนั่นก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ของ อาร์เซน่อล ยาวจนมาถึงปัจจุบัน
แม้จะทำผลงานได้อย่างสุดยอดและอยู่รับใช้ทีมมาอย่างยาวนาน แต่สุดท้าย ซีแมน เลือกที่จะย้ายออกจากทีมไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ในช่วงปีสุดท้ายก่อนที่จะประกาศแขวนถุงมือ