Ford V Ferrari เรื่องจริงที่กลายเป็นหนังราวัล Oscars

ก็พึ่งผ่านกันไปมาด ๆ กับการประกาศรางวัลออสการ์สุดยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรอคอยกันทุกปีนะคะ เช่นเดิมปีนี้ก็มีหนังเข้าชิงรางวัลอยู่มากมายหลานสาขา และหนึ่งในหนังในหลังที่มีรายชื่อเข้าชิงรางวัลมากที่สุด เป็นหนังที่ทำจากเรื่องจริง Ford V Ferrari แต่ช่างน่าเสียดายที่ภาพยนต์ ได้รับเพียงราวัลตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนคิดว่าหากใครยังไม่มีโอกาสได้ดูก็อยากให้รองกันสักครั้งค่ะ

FORD V FERRARI การชิงชัยของสองยักต์ใหญ่ ที่กลายเป็นตำนานโล์ก สมชื่อไทย อย่าง ใหญ่ชน ยักต์  เรากำลังพูดถึง 24 HOURS OF LE MANS หรือ เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง รายการแข่งขันรถยนต์แบบเอ็นดูรานซ์ (ENDURANCE)

ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก คือลานประลองศักดิ์สิทธิ์ ที่ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกจะส่งรถที่ดีที่สุดของตัวเองมาพิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้ว่าใครคืออันดับหนึ่ง ทั้งในแง่ของความเร็ว และความทนทาน

โดยปกติในทุกๆ ปี เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง ก็เป็นรายการแข่งขันใหญ่ที่ทุกคนให้ความสนใจอยู่แล้ว แต่ในปี 1966 มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้การแข่งขันครั้งนี้มีกลิ่นอายว่ามันจะดุเดือดยิ่งกว่าทุกครั้ง และจะถูกบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์เป็นที่เล่าขานไปอีกนาน เพราะมันคือสงครามที่มีศักดิ์ศรีของสองค่ายรถยนต์มหาอำนาจโลกเป็นเดิมพัน นี่คือศึกตัดสินระหว่าง ฟอร์ด กับ เฟอร์รารี่

เมื่อทุกอย่างพร้อม สัญญาณเริ่มการแข่งขันก็ดังขึ้น เหล่าอาชาเหล็กต่างก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียง และในอีก 24 ชั่วโมงต่อจากนี้ก็จะรู้ผลว่าใครคือผู้ชนะ ขึ้นชื่อว่าเป็นการแข่งขัน เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง ไม่มีคำว่าง่าย ไม่ใช่แค่ทุ่มเงินอย่างเดียวแล้วจะเอาชนะได้

การจะเป็นผู้ชนะในรายการนี้ต้องมีอะไรมากกว่านั้น  GT40 ของฟอร์ดเป็นรถที่เร็วที่สุดในสนามก็ว่าได้ แต่ปัญหาคือพวกเขาไม่สามารถหาวิธีให้มันวิ่งได้ครบ 24 ชั่วโมง รถแต่ละคันของฟอร์ดต่างมีปัญหา ทั้งเกียร์พัง ปะเก็นฝาสูบขาด และในที่สุดอาชาเหล็กตัวนี้ก็ไม่อาจฝืนสังขารตัวเองได้ ต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเจ็บใจ 

“พวกเขาใช้เงินจำนวนมาก แต่นั่นก็ไม่รับประกันว่าคุณจะชนะการแข่งขัน” เพรสตัน เลอร์เนอร์ ผู้เขียนหนังสือ Ford GT: How Ford Silenced the Critics, Humbled Ferrari and Conquered Le Mans 

หลังจากล้มเหลวในปี 1964 ฟอร์ดก็ตั้งความหวังว่าปีหน้าจะเป็นปีที่พวกเขาได้ก้าวสู่บังลัง แต่เหมือนภาพติดตา การแข่งขัน เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมงปี 1965 ฟอร์ดก็ไม่สามารถประคองรถ GT40 ให้วิ่งครบ 24 ชั่วโมงได้แม้แต่คันเดียวอีกครั้ง ซึ่งปัญหาที่พบก็เป็นปัญหาเดิม ๆ และที่น่าเจ็บใจยิ่งไปกว่านั้น  ผู้ชนะของทั้งสองปีคือรถยนต์จากค่าย เฟอร์รารี่

อย่างไรก็ตาม ผู้ชายอย่าง เฮนรี่ ฟอร์ด ที่สอง ไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ง่ายๆ ยิ่งแพ้เขายิ่งรู้สึกอยากชนะ เขาทุ่มงบประมาณเพิ่มเพื่อสร้างรถยนต์คันใหม่ที่จะพาเขาสู่เส้นทางแห่งผู้ชนะ  GT40 Mark II 

ในบทวามหน้าเราจะมาดูกันว่า Ford จะแก้เกมส์อย่างไรเพื่อเอาชนะ ค่ยคู่แข่งยักษร์ปักหลั่นอย่าง Ferrari

 

สนับสนุนโดย  gclub

มาช่วยกันแก้ไขปัญหารถติดบนท้องถนนของประเทศไทยกันเถอะ  

คุณรู้หรือไม่ว่าตอนนี้ในทุกๆเช้าไม่ว่าจะเป็นวันจันทร์ถึงวันศุกร์หรือแม้แต่วันเสาร์อาทิตย์ถนนในประเทศไทยเกือบทุกเส้นไม่ได้ว่างเว้นจากรถยนต์เลย

ถ้าไม่มีถนนเส้นไหนที่ไม่มีรถวิ่งยิ่งในช่วงตัวเมืองหรือในเขตกรุงเทพมหานครแล้วแล้วก็เราจะเยอะมากเป็นพิเศษในปัจจุบันผู้คนนิยมซื้อรถใหม่กันมากขึ้นรวมถึงรถคันเดิมที่มีอยู่ก็ยังนำออกมาวิ่ง   เราจะสังเกตได้ว่าในครอบครัวหนึ่งครอบครัวหรือว่าบ้านแต่ละหลังส่วนใหญ่จะไม่ได้มีรถยนต์แค่เพียงคันเดียวเท่านั้นแต่บางครอบครัวมีอยู่ถึง 2คันหรือบางบ้านมี4-5 คันเลย

ก็มีซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าในบ้านมีกี่คนก็มีรถยนต์กันคนละคันเลยทีเดียวดังนั้นประเทศไทยจึงมีปัญหาเกี่ยวกับรถติดบนท้องถนนมาเป็นเวลานานแล้วซึ่งยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้เลยดังนั้นวันนี้เราจะไม่หาวิธีที่ช่วยกันแก้ไขปัญหารถติดบนท้องถนนกันค่ะ 

วิธีที่หนึ่งลองเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์ส่วนตัวคนละคันมาเปลี่ยนเป็นใช้รถยนต์ร่วมกันหัดทำงานที่เดียวกันหรือเป็นทางผ่านก็ให้นั่งรถมาคันเดียวกันจะช่วยลดจำนวนรถยนต์บนท้องถนนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวหรือถ้าใครบ้านอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าบีทีเอสหรือรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีแล้วก็เปลี่ยนวิธีการจัดการที่ต้องขับรถไป เองหันมาใช้รถไฟฟ้ากันดีกว่าค่ะ

เพื่อเป็นการลดมลพิษจากควันรถยนต์ไปในตัวด้วยค่ะและสำหรับผู้ปกครองที่มักจะขับรถยนต์ไปรับส่งบุตรหลานของท่านเองซึ่งปัญหาตรงนี้ได้ก่อให้เกิดปัญหารถติดบริเวณแถวโรงเรียนเป็นอย่างมากเรียกได้ว่าเป็นปัญหาของทุกโรงเรียนเลยก็ว่าได้ดังนั้นทางที่ดีหากจำเป็นต้องขับรถไปส่งบุตรหลานของตัวเองที่โรงเรียนควรใช้วิธีขับรถบนส่งให้เด็กลงหน้าโรงเรียนแล้วขับรถออกทันทีไม่จำเป็นต้องจอดแช่นานนาน

ซึ่งสิ่งนี้จะสามารถช่วยเกี่ยวกับเรื่องรถติดบริเวณหน้าโรงเรียนได้เป็นอย่างดี    นี่เป็นเพียงวิธีการ แก้ไขปัญหารถติดแบบชั่วคราวเท่านั้นและการแก้ไขปัญหาจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากทุกคนไม่ได้พร้อมใจทำร่วมกันเพราะหากเป็นเพียงแค่คนใดคนหนึ่งทำเท่านั้นก็จะไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหารถติดได้ดังนั้นสิ่งที่เราควรจะทำร่วมกันคือหานโยบายที่ทุกคนทั้งประเทศ

สามารถทำร่วมกันได้อย่างเช่นการออกกฎขับรถวันคู่หรือวันคี่อย่างเช่นที่ต่างประเทศบางประเทศกำลังทำกันซึ่งก็ถือว่าได้ผลดีเป็นอย่างยิ่งประเทศไทยของเราก็ควรจะลองทดสอบตามแบบประเทศเหล่านั้นบ้าง  

 

สนับสนุนโดย  ufabet สมัคร

ลมยางไนโตรเจนกับลมยางปกติอย่างไหนเติมแล้วดีกว่ากัน

อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของสำหรับคนใช้รถยนต์กับเรื่องเกี่ยวกับการเติมลมยางซึ่งในปัจจุบันตามปั๊มน้ำมันฉันแนวหน้ารวมทั้งศูนย์บริการเซอร์วิสที่เปิดบริการแบบครบวงจรนั้นมักจะมีโปรโมชั่นพิเศษเอาไว้สำหรับเพื่อการเติมลมยางไนโตรเจนที่เชื่อกัน

ว่ามีลักษณะพิเศษเยอะมากเหนือกว่าลมยางธรรมดาที่เติมฟรีมากมายก่ายกองนักเดี๋ยวความเป็นจริงแล้วรถอย่างของคุณน่าจะต้องเติมลมยางแบบไหนรวมทั้งลมยางแบบไนโตรเจนมันมีดีแบบไหนอย่างไรท้ายที่สุดแล้วเราจำเป็นจะต้องเติมลมยางประเภทนี้หรือไม่วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันว่าอะไรคือส่วนดีและส่วนเสียเพื่อไปเป็นแนวทางในการดูแลรักษาลมยาง

ให้กับรถยนต์ของเรา คุณรู้หรือไม่ว่าอันที่จริงแล้วลมยางที่เรามีการเติมทั่วๆไปนั้นจะมีส่วนผสมของไนโตรเจนอยู่ถึง 78% ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ให้ เรามีการเติมลมยางฟรีนั้นส่วนใหญ่จะเป็นปั๊มน้ำมันส่วนลมยางที่เป็นแบบลมยางไนโตรเจนนั้นจะมีก๊าซไนโตรเจนซึ่งเป็นการบริสุทธ์สูงมากกว่าลมยางทั่วไปด้วยกันไนโตรเจนมีสูงถึง 93% เลยทีเดียว

สำหรับข้อดีของการเติมลมยางไนโตรเจนนั้นลมยางไนโตรเจนมีข้อดีอยู่มากมายซึ่งมีผลมาจากคุณสมบัติของก๊าซไนโตรเจนเองอย่างแรกเลยก๊าซไนโตรเจนจะไม่ติดไฟและยังช่วยลดอุณหภูมิของของอย่างไม่ให้เราจนเกินไปในกรณีที่เราขับรถทางไกลและขับรถเร็วเร็วที่สำคัญการ์ดไนโตรเจนเป็นก๊าซที่มีการเคลื่อนตัวได้ช้าเวลาที่จะรั่วออกจากอย่างจะใช้เวลานานมากกว่าลมยางปกติถึงห้าเท่าเลยเชียว  

ส่วนข้อเสียของการเติมลมยางไนโตรเจนนั้นแทบจะไม่มีจะมีก็แต่การหาเติมยากเพราะว่าที่ปั๊มน้ำมันจะไม่มีเติมฟรีส่วนใหญ่ต้องไปเติมตามศูนย์บริการและมีค่าใช้จ่ายในการเติมสำหรับวิธีการเติมลมยางไนโตรเจนนั้นขั้นตอนแรกเลยหากรถของคุณเติมลมยาง

ปกติอยู่แล้วให้คุณปล่อยลมยางออกจากยางทั้งสี่ล้อ ให้หมดเสียก่อนหลังจากนั้นคุณค่อยมาเติมลมของลมยางไนโตรเจนเข้าไปถึงจะเป็นการเติมลมยางที่ถูกต้องเพราะถ้าหากคุณไม่ไม่ปล่อยลมยางธรรมดาออกจากอย่างรถเสร็จก่อนแล้วเผลอไปเติมลมยางไนโตรเจนเข้าไปมันก็เหมือนกับว่าคุณมีการ์ดไนโตรเจนในยางรถยนต์ไม่ถึง 93% 

ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าลมยางของคุณก็เป็นลมยางธรรมดาทั่วไปเท่านั้นเองแต่อันที่จริงแล้วไม่ว่าคุณจะเติมลมยางแบบไหนก็แทบจะไม่ต่างกันหากคุณต้องการประหยัดไม่ต้องจ่ายเงินมากก็เติมลมยางแบบธรรมดาก็พอ   

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ มือถือ

การเตรียมความพร้อมเมื่อต้องขับรถเป็นระยะทางไกลๆ

เมื่อจำเป็นที่จะต้องขับรถเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยว สิ่งที่จำเป็นที่จะต้องให้ความใส่ใจเยอะที่สุด ก็คือการจัดเตรียมให้พร้อม สำหรับเพื่อการเดินทางท่องเที่ยว

โดยปลอดภัยและเต็มไปด้วยความสนุกนั่นเอง ซึ่งวันนี้พวกเราก็มีแนวทางน่าดึงดูดในการเตรียมพร้อมก่อนขับรถทางไกลมาชี้แนะกัน ว่ามีวิธีการเตรียมการอย่างไรบ้าง

  1. จัดเตรียมร่างกายให้พร้อม

หากต้องการจะเดินทางไปเที่ยวไหนไกลไกลให้สนุกและปลอดภัย สิ่งที่จำเป็นเลยก็คือ การรักษาสุขภาพร่างกายเป็นอย่างดีนั่นเอง เพราะว่าหากแม้ท่องเที่ยวระหว่างที่ร่างกายไม่พร้อม อาทิเช่น กำลังป่วยไข้ ป่วยหนัก ก็จะก่อให้รู้สึกไม่ค่อยบันเทิงใจได้ และยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้สูง ด้วยเหตุนี้ลำดับแรก ก็จำเป็นต้องมาจัดเตรียมร่างกายของตนเองกันก่อนเลย ด้วยการกินของกินที่มีคุณประโยชน์ หลบเลี่ยงทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำให้เจ็บป่วยไม่สบายได้ และก็การนอนพักให้เพียงพอ โดยเฉพาะก่อนออกเดินทางสักประมาณ 3 วัน เนื่องจากถ้าเกิดนอนน้อยหรือนอนไม่เพียงพอจะเกิดความง่วงสะสม ซึ่งอาจมีการหลับในขณะขับรถได้

  1. เครื่องใช้ไม้สอยสิ่งของจำเป็นต้องครบ

เป็นเรื่องสำคัญที่จะปล่อยทิ้งไม่ได้เลย สำหรับวัสดุและก็สิ่งของที่มีความจำเป็นที่จะจำต้องใช้เพื่อสำหรับในการขับขี่รถท่องเที่ยว โน่นก็เนื่องจากว่าถ้าเกิดเกิดปัญหาอะไรติดขัดขึ้นมา ก็จะได้มีอุปกรณ์ไว้ใช้เพื่อแก้ไขเฉพาะหน้านั่นเอง โดยข้าวของเครื่องใช้ที่ควรต้องพกติดตัวไปด้วยในช่วงที่มีการขับรถทางไกลนั้น ก็คือ ไฟฉาย ชุดปฐมพยาบาล ผ้าที่มีไว้เพื่อห่ม อะไหล่เปลี่ยนล้อ สายชาร์จในรถยนต์ รวมถึงเครื่องใช้ไม้สอยที่ใช้คุ้มครองป้องกันได้ อื่นๆอีกมากมาย ทั้งหมดนี้ควรติดรถยนต์เอาไว้จะดีเยี่ยมที่สุด

  1. ก่อนเดินทางต้องเช็คลมยางด้วย 

ลมยางรถ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเช็คให้ดี ด้วยเหตุว่าถ้าหากลมยางอ่อนเกินจำเป็น จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายในขณะที่มีการขับขี่รถไปไหนไกลไกลได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องขับรถเป็นระยะระยะไกลด้วยแล้ว เนื่องจากว่าถ้ารถลมยางอ่อน รวมทั้งเมื่อจำเป็นที่จะต้องขับรถในระยะไกลมาโดยตลอด จะทำให้ยางเกิดความร้อนขึ้นมา จนกระทั่งเกิดการระเบิดได้ผู้หนุนหลังที่สุด ซึ่งปกติแล้วน่าจะเสริมเติมลมยางอยู่ที่ราว 30-35 จะอยู่ในระดับที่เหมาะสมและจากนั้นก็ทำให้ขับขี่รถได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

สำหรับในการเตรียมสำหรับในการขับขี่รถยนต์เป็นระยะระยะไกลๆนั้นยังมีอีกหลายกระบวนการซึ่งสามารถทำเป็นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของตัวคุณเองแล้วก็คนภายในครอบครัวของคุณ

 

สนับสนุนโดย  ทดลองเล่น gclub